โปรแกรมช่วยเพิ่มรายได้
เก็บรายได้ที่โรงพยาบาลควรได้ — ให้ครบ และให้ทันเวลา
งานรักษาเกิดขึ้นจริงไปแล้ว แต่รายได้หายระหว่างทาง — เพราะสรุปเวชระเบียนไม่ครบ ให้รหัสไม่เฉพาะเจาะจง และเคลมถูกปฏิเสธ Carenera ช่วยตรวจให้ตั้งแต่ก่อนส่ง ไม่ใช่ตามแก้ทีหลัง
- > 96%
- ความแม่นยำการให้รหัส
- AdjRW
- สูงสุดเท่าที่ชาร์ตรองรับ
- ก่อนส่งเบิก
- ตรวจให้ ไม่ใช่ตามแก้

หน้าจอระบบจริง — ผู้ช่วยสรุปชาร์ตและให้รหัส (IPD)
รายได้ที่หายไป
โรงพยาบาลรักษาเต็มที่ทุกวัน — แต่เบิกได้ครบจริงไหม
เงินที่ควรเข้าโรงพยาบาลมักหายไป 2 ทาง และทั้งสองทางไม่ได้เกิดจากการรักษา แต่เกิดจากข้อมูลที่ไปไม่ถึงปลายทาง
สรุปไม่ครบ — AdjRW จึงต่ำกว่างานที่ทำจริง
- ✓แพทย์งานล้น สรุปเวชระเบียนช้าและไม่ครบทุกช่อง
- ✓โรคร่วมและหัตถการที่ทำจริง ตกหล่นจากใบสรุป
- ✓ผู้ให้รหัสลงได้เท่าที่เขียนไว้ — เขียนกว้าง ก็ได้รหัสกว้าง
- ✓ต้องมาตามทบทวนย้อนหลัง เสียเวลาทั้งสองฝ่าย ส่งเบิกช้าออกไปอีก
ติด C — เงินเข้าช้า และบางส่วนหลุดไปเลย
- ✓ข้อมูลไม่ผ่านเงื่อนไขตรวจสอบ ถูกปฏิเสธการจ่าย
- ✓ต้องไล่หาสาเหตุจากไฟล์ตอบกลับ แก้แล้วส่งใหม่หลายรอบ
- ✓ยิ่งวนหลายรอบ เงินยิ่งเข้าช้า กระทบสภาพคล่องทั้งปีงบ
- ✓รายการที่ตกค้างจนเลยกำหนด คือรายได้ที่หายไปถาวร
เห็นจุดที่ยังไม่ครบ ตั้งแต่ตอนสรุป
ระบบชี้ให้เห็นทันทีว่าเวชระเบียนใบนี้ยังขาดอะไร — โรคร่วมที่ยังไม่ได้ระบุ หัตถการที่ยังไม่ได้ลง หรือรหัสที่กว้างเกินไป
ได้ AdjRW สูงสุดเท่าที่เวชระเบียนรองรับ
ไม่ใช่การเพิ่มโค้ดลอย ๆ แต่คือการเก็บสิ่งที่ทีมทำจริงให้ครบ — งานที่ลงแรงรักษาไปแล้ว ควรสะท้อนอยู่ในค่าที่เบิกได้
ทุกคำแนะนำต้องมีหลักฐานรองรับ
ทุกข้อเสนอบอกชัดว่าต้องมีอะไรในชาร์ตถึงจะลงรหัสนั้นได้ — ออกแบบมาเพื่อกัน up-coding และให้พร้อมถูกตรวจย้อนหลัง
โมดูลที่ 1 · ผู้ป่วยใน
ผู้ช่วยสรุปชาร์ตและให้รหัส ICD-10
ทำงานคู่กับแพทย์ตอนสรุปเวชระเบียน — บอกว่ายังขาดอะไร ตรงไหนยังไม่เฉพาะเจาะจงพอ และการแก้แต่ละแบบมีผลต่อค่าที่เบิกได้อย่างไร
ตรวจความครบของการสรุป
เช็กให้ครบทั้งโรคหลัก โรคร่วม และหัตถการ — เห็นทันทีว่าใบนี้สรุปไปแล้วกี่รายการ และยังเหลือช่องที่ควรเติมอีกไหม
ชี้จุดที่สรุปยังไม่เฉพาะเจาะจง
รหัสกว้าง ๆ แบบ unspecified จะถูกไฮไลต์ พร้อมเสนอรหัสที่เฉพาะเจาะจงกว่า และแสดงค่า RW ที่ต่างกันให้เห็นก่อนตัดสินใจ
เตือนโรคร่วม/หัตถการที่มีผลต่อ RW
สิ่งที่ทีมทำจริงแต่มักตกหล่นตอนสรุป — ระบบดึงขึ้นมาเตือน พร้อมบอกว่าต้องมีหลักฐานอะไรถึงจะลงได้
ตรวจความพร้อมผ่าน Audit (สปสช.)
ตรวจเงื่อนไขที่ทำให้ถูกตีตกตอนตรวจย้อนหลัง เช่น ต้องมีลายเซ็นแพทย์รับรองการสรุปเวชระเบียน — รู้ก่อนที่จะถูกทวง
เห็น DRG / RW / AdjRW ทันที
แถบสรุปด้านล่างอัปเดตตามที่แก้ — เห็นผลของทุกการเปลี่ยนแปลงก่อนกดยืนยัน ไม่ต้องรอรอบประมวลผล
สรุปจบเร็ว ส่งเบิกได้ไว
ลดรอบตามแก้ย้อนหลังระหว่างแพทย์กับเวชระเบียน — ใบที่ครบตั้งแต่แรกคือใบที่ส่งเบิกได้เร็วที่สุด
โมดูลที่ 2 · ผู้ป่วยนอก
ตรวจเคลมก่อนส่ง e-Claim เพื่อลดการติด C
คัดกรองรายการที่จะถูกตีกลับตั้งแต่ก่อนส่ง — แก้ครั้งเดียวจบ แทนการวนแก้ทีละรอบหลังถูกปฏิเสธ
ตรวจ ICD-10 ก่อนส่งเบิก
คัดกรองรหัสวินิจฉัยและหัตถการให้ตรงเงื่อนไขการเบิกตั้งแต่ก่อนส่ง — ไม่ใช่รอให้ระบบตีกลับแล้วค่อยตามแก้
จับ error ที่มักทำให้ติด C
ข้อมูลตัวตน/สิทธิไม่ครบ · รหัสวินิจฉัยกับหัตถการไม่สอดคล้อง · เคสอุบัติเหตุที่ยังไม่มีรหัสสาเหตุภายนอก · visit ซ้ำซ้อนในวันเดียวกัน
จัดคิวรายการที่ต้องแก้
รวมรายการที่ยังไม่ผ่านไว้ที่เดียว เรียงตามสาเหตุ พร้อมบอกเหตุผลและสิ่งที่ต้องแก้ — ทีมเวชระเบียนไม่ต้องไล่หาเอง
ติดตามรอบส่งและรอบแก้
เห็นว่ารายการไหนส่งแล้ว ผ่านแล้ว หรือยังค้างอยู่ในรอบแก้ — เงินที่ควรเข้าจะไม่หายไปเงียบ ๆ
- OPD-0412เสี่ยงติด Cรหัสวินิจฉัยกับหัตถการไม่สอดคล้อง→ ทบทวนรหัสหัตถการให้ตรงกับที่ทำจริง
- OPD-0418เสี่ยงติด Cเคสอุบัติเหตุ ยังไม่มีรหัสสาเหตุภายนอก→ เพิ่มรหัสสาเหตุการบาดเจ็บ (V / W / X / Y)
- OPD-0423เสี่ยงติด Cมารับบริการซ้ำในวันเดียวกัน→ รวมค่าใช้จ่ายเป็น visit เดียวก่อนส่ง
ตัวอย่างภาพประกอบ · ตัวเลขสมมติ · ไม่มีข้อมูลระบุตัวผู้ป่วย
ขั้นตอนการทำงาน
ระบบช่วยตรวจ — คนยังเป็นผู้ตัดสินใจเสมอ
อ่านข้อมูลที่บันทึกไว้ในชาร์ตและ HIS เดิม ไม่ต้องคีย์ซ้ำ ไม่ต้องเปลี่ยนระบบหลัก
เช็กว่าการสรุปครบและเฉพาะเจาะจงพอหรือยัง และผ่านเงื่อนไขการเบิกไหม
แสดงรหัสที่เป็นไปได้ ค่าที่ต่างกัน และหลักฐานที่ต้องมีในชาร์ตเพื่อรองรับ
แพทย์และเวชระเบียนเป็นผู้ยืนยัน — ระบบไม่ลงรหัสแทน และไม่ตัดสินใจแทน
ส่งด้วยข้อมูลที่ผ่านการตรวจแล้ว ลดรอบตีกลับและรอบตามแก้ย้อนหลัง
เก็บสิ่งที่ทำจริงให้ครบ ไม่ใช่เพิ่มสิ่งที่ไม่ได้ทำ
ระบบไม่แนะนำรหัสที่ไม่มีหลักฐานรองรับในเวชระเบียน — ทุกข้อเสนอจะบอกไว้เสมอว่าต้องมีอะไรในชาร์ตถึงจะลงได้ ออกแบบมาให้ผลลัพธ์พร้อมถูกตรวจย้อนหลัง ไม่ใช่พร้อมถูกเรียกเงินคืน
ทำงานกับข้อมูลคลินิก ไม่ใช่ตัวตนผู้ป่วย
ใช้หลัก PII-safe เดียวกับ AI ทางการแพทย์ ของเรา — ตัดข้อมูลที่ระบุตัวตนออกก่อนเสมอ อ่านเพิ่มได้ที่บทความ ความเสี่ยง PDPA เมื่อเอาข้อมูลผู้ป่วยไปให้ AI
ดูส่วนอื่นของผลิตภัณฑ์
อยากเห็นระบบทำงานจริง?
นัดดู demo เพื่อดูของจริง แล้วทดลองระบบเต็มฟรี 3 เดือน — ติดตั้ง อบรม ดูแลให้หมด